Live Chat Live Help Software for Website
  Live Chat by to Webmaster

Main menu

โฆษณาการกุศล



ฟรี ลงโฆษณาเกี่ยวกับการกุศล , ช่วยเหลือ

เเละมุนิธิต่าง ๆ ที่สร้างประโยชน์ให้เเก่สังคม เเละช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบเเทน
หรือการศึกษา ไม่เเสวงหากำไรทั้งหลาย dot org , ac.th , edu


ติดต่อลงโฆษณาฟรีตำเเหน่งนี้ที่ Webmaster

New Members
chon_k 2010/9/5
docosma 2010/9/3
forevernut 2010/9/2
eakkasit 2010/9/1
gigg-gogg 2010/9/1
wichai2500 2010/8/31
axela 2010/8/31
astromaste 2010/8/31
diew173 2010/8/30
ZesTFuRy 2010/8/29
เช็คอีเมล์ ccscom

เพื่อนบ้าน
ข่าววิทยาการ : นักวิทย์หลากสาขาร่วมวิจัยคอน เฟิร์ม "อุกกาบาตล้างโลก ทำไดโนเสาร์สูญพันธุ์"
Posted by webmaster on 2010/6/28 0:12:04 (110 reads)


หลังจากที่มีความพยายามล้มล้างทฤษฎี ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะ “อุกกาบาตล้างโลก” นั้น ทำให้ทีมนักวิทยาศาสตร์ 41 ชีวิตจากหลายสาขา ช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลกันอีกครั้ง และเผยหลักฐานเพื่อยืนยันว่าอุกกาบาตที่เม็กซิโกนั้น เป็นสาเหตุที่แท้จริงของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่เมื่อ 65 ล้านปีก่อน


เมื่อปี 2523 หลุยส์ อัลวาเรซ (Louis Alvarez) พร้อมลูกชาย วอลเตอร์ อัลวาเรซ (Walter Alvarez) ตีพิมพ์ผลงานวิจัยระบุว่า การสูญพันธุ์ ของไดโนเสาร์เมื่อ 65 ล้านปีก่อนหรือที่เรียกว่าการสูญพันธุ์ยุคครีตาเชียส-เทอร์ทิอารี (Cretaceous-Tertiary:KT) นั้น เป็นผลมาจากการพุ่งชนของอุกกาบาต

อีกทั้ง หลุมอุกกาบาตที่คาดว่าเป็นหลักฐานของการพุ่งชน ได้ถูกค้นพบต่อมาภายหลัง ณ ชิคซูลูบ ประเทศเม็กซิโก ซึ่งแนวคิดดังกล่าวได้รับการยอมรับเชิงวิทยาศาสตร์อย่างกว้างขวาง

อย่างไรก็ดี เอพีระบุว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานั้นมีข้อเสนอว่า การสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์อาจมีสาเหตุจากการระเบิดของภูเขาไฟหลายๆ ลูกในบริเวณที่ปัจจุบันคือเมืองเดคคันแทรปส์ ประเทศอินเดีย หรืออาจจะเกิดจากการพุ่งชนของอุกกาบาตหลายๆ ลูก จึงเป็นเหตุให้นักวิทยาศาสตร์ 41 คน ซึ่งมีทั้งนักธรณีวิทยา นักบรรพชีวินวิทยา และนักวิจัยสาขาอื่นๆ มารวมตัวกันเพื่อทบทวนข้อมูลใหม่อีกครั้ง

ผลจากการทบทวนหลักฐานที่เชื่อถือได้ตลอด 20 ปี ทำให้นักวิทยาศาสตร์ได้ข้อสรุปและยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า อุกกาบาตขนาดใหญ่ราว 15 กิโลเมตร ได้พุ่งชนบริเวณที่ปัจจุบันคือชิคซูลูบในเม็กซิโก และเป็นเหตุให้สิ่งมีชีวิตมากกว่าครึ่งของโลกสูญพันธุ์ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ที่ปูทางให้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกลายเป็นสปีชีส์ที่ครองโลกในเวลาต่อมา

“เชื่อว่าอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกนั้น แรงกว่าระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมาถึงพันล้านเท่า มันน่าจะระเบิดสสารในบรรยากาศชั้นสูง ทำให้เกิดปฏิกิริยาต่อเนื่องที่เป็นสาเหตุให้เกิดฤดูหนาวไปทั่วโลก และขจัดสิ่งมีชีวิตบนโลกไปจำนวนมากภายในเวลาไม่กี่วัน” รายงานของ นักวิจัยซึ่งระบุไว้ในวารสารไซน์ (Science) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ทั้ง 41 คน คาดหวังว่าสิ่งที่พวกเขาค้นพบนั้นจะหยุดการถกเถียงว่าอะไรเป็นสาเหตุของการ สูญพันธุ์ในยุค ครีตาเชียส-เทอร์ทิอารี

สำหรับคำถกเถียงว่า สาเหตุที่ไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตคล้ายนก รวมถึงสัตว์เลื้อยคลายในทะเลขนาดใหญ่นั้นสูญพันธุ์ไปเพราะการระเบิดของชุด ภูเขาไฟหลายๆ ลูกในบริเวณอินเดียปัจจุบันเมื่อ 1.5 ล้านปีก่อน และการปะทุของภูเขาไฟได้พ่นหินหนืดลาวาผ่านเมืองเดคคันแทรปส์ในตอนกลางตะวัน ตกของอินเดียและมีปริมาณมากกว่าความจุของทะเลดำถึง 2 เท่า ซึ่งเชื่อว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้ชั้นบรรยากาศทั่วโลกหนาวเย็นและเกิดฝนกรด ไปทั่วโลก

อย่างไรก็ดี หลักฐานที่นำมาศึกษาและเผยแพร่ลงในวารสารไซน์นั้น แสดงให้เห็นว่า ระบบนิเวศน์ทางทะเลและบนบกนั้นถูกทำลายไปอย่างรวดเร็วในยุคการสูญพันธุ์ครี ตาเชียส-เทอร์ทิอารี นักวิทยาศาสตร์จึงไม่ยอมรับว่าภูเขาไฟเป็นสาเหตุ เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลเพียงเล็กน้อยต่อไดโนเสาร์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ

“แม้ว่าจะมีหลักฐานถึงการปะทุของภูเขาไฟในเดคคันแทรปส์ใน ช่วงเวลาดังกล่าว แต่ระบบนิเวศน์ทางทะเลและบนบกแสดงการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยในช่วง 500,000 ปี ก่อนการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ยุคครีตาเชียส-เทอร์ทิอารี ข้อมูลจากแบบจำลองทางคอมพิวเตอร์และข้อมูลการสำรวจชี้ว่า การปลดปล่อยก๊าซหลายๆ ชนิด เช่น ก๊าซซัลเฟอร์ เป็นต้น ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศหลังการระเบิดของภูเขาไฟ ส่งผลระยะสั้นต่อโลก และไม่ใช่สาเหตุเพียงพอในการทำลายล้างสิ่งมีชีวิตจำนวนมากทั้งบนบกและในทะเล ให้สูญพันธุ์อย่างรวดเร็ว” ข้อมูลจากนักวิทยาศาสตร์ระบุ

กล่าวได้อีกนัยหนึ่งว่าอุกกาบาตที่ชิคซูลูบได้กำจัดเทอโรซอร์ (ไดโนเสาร์มีปิกบินได้) ไดโนเสาร์ พร้อมสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ โดยข้อมูลจาก โจแอนนา มอร์แกน (Joanna Morgan) นักธรณีฟิสิกส์ มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ (Imperial College) อังกฤษ ผู้ร่วมในการศึกษาครั้งนี้ ระบุว่าการพุ่งชนของอุกกาบาตขนาดใหญ่นั้น ได้ก่อให้เกิดไฟไหม้ขนาดใหญ่ แผ่นดินไหวที่วัดความรุนแรงได้มากกว่า 10 ริกเตอร์ และเกิดการเลื่อนของแผ่นเปลือกโลกซึ่งทำให้เกิดสึนามิได้

“อุกกาบาตพุ่งชนโลกด้วยความเร็วกว่าลูกกระสุน 20 เท่า แล้วระเบิดกลายเป็นหินและก๊าซร้อน ซึ่งจะเผาไหม้สิ่งมีชีวิตซึ่งไม่อาจหาที่กำบังได้ในทันที” กาเรธ คอลลินส์ (Gareth Collins) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจกล่าว และมอร์แกนได้เสริมว่า เมื่อเถ้าถ่านจากการระเบิดนั้นถูกพ่นขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศด้วยความเร็วสูง จะปกคลุมโลกทั้งใบให้ตกอยู่ในความมืด และเป็นสาเหตุของฤดูหนาวที่เกิดขึ้นทั่วโลก และฆ่าสิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอันทารุณได้

อีกข้อมูลที่บ่งชี้ว่า ไดโนเสาร์ยุคครีตาเชียส-เทอร์ทิอารีสูญพันธุ์เนื่องจากอุกกาบาตขนาดมหึมาแต่ ไม่ได้เกิดจากภูเขาไฟระเบิด คือ ร่องรอยการสั่นสะเทือนของแร่ควอตซ์ในชั้นหินช่วงปลายๆ ของยุคการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ ซึ่งพบกระจายอยู่ทั่วโลก โดยแร่ควอตซ์สั่นสะเทือนเมื่อถูกมวลมหาศาลพุ่งชนอย่างรวดเร็ว อย่างกรณีอุกกาบาตขนาด 15 กิโลเมตรที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 20 เท่าของลูกกระสุน.

Printer Friendly Page Send this Story to a Friend Create a PDF from the article
The comments are owned by the poster. We aren't responsible for their content.
เข้าสู่ระบบ
Username:

Password:

Remember me



Lost Password?

Register now!
ค้นหาภายในเว็บ
ผู้ลงโฆษณา
non banner
ดาวน์โหลด
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
[SUBSCRIBE] [UNSUBSCRIBE]
288 people subscribed
แลกลิงค์

Copy link ข้างล่าง

ไปติดหน้าเว็บของท่าน
เเล้วติดต่อกลับมาที่เราที่นี่
Counter
Today : 179179179
Yesterday : 770770770
Total : 139402139402139402139402139402139402
Who's Online
13 user(s) are online (3 user(s) are browsing topic)

Members: 1
Guests: 12

chon_k, more...


Statistic info